“กรมส่งเสริมสหกรณ์” เร่งแจงเกณฑ์กำกับความเสี่ยงสหกรณ์ออมทรัพย์

จี้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเต็มวงเงิน ป้องกันความเสียหายกับสมาชิก พร้อมเตือน ต้องกระจายความเสี่ยง อย่าลงทุนกระจุกตัว ระมัดระวังซื้อตราสารหนี้และตราสารทุนอื่นๆ ดูความผันผวนอัตราดอกเบี้ย”  นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ออกเกณฑ์กำกับสหกรณ์ออมทรัพย์กรณีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เป็นหลักปฏิบัติทางบัญชี เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการดำเนินธุรกรรมทางการเงินระหว่างกันกับสหกรณ์อื่น

ต้องมีความรัดกุม โดยพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้คืนประกอบการตัดสินใจให้กู้เงินหรือนำเงินไปฝากกับสหกรณ์อื่นด้วย หวั่นเสี่ยงหนี้สูญและป้องกันเกิดความเสียหายขึ้นในอนาคต ได้แจ้งแนวทางในการปฏิบัติทางบัญชีสหกรณ์มีการดำเนินธุรกรรมทางการเงินระหว่างกันกับสหกรณ์อื่น ไปยังประธานกรรมการสหกรณ์ทั่วประเทศแล้วเช่น การฝากเงิน การรับฝาก การให้เงินกู้ การลงทุน  และการถือหุ้น  หากถึงวันสิ้นปีทางบัญชีสหกรณ์ไม่สามารถถอนคืนเงินฝาก เงินลงทุนหรือเก็บหนี้คืนได้ เท่ากับสหกรณ์นั้นเกิดความเสียหายและส่งผลกระทบมาถึงตัวสมาชิกสหกรณ์ด้วย จึงต้องมีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเต็มจำนวน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องไปหักลบกับรายได้ของสหกรณ์ เพื่อย้ำเตือนให้พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการนำเงินไปฝากหรือลงทุนกับสหกรณ์อื่น  ต้องดูว่าสหกรณ์นั้นมีความมั่นคงทางการเงินหรือมีความสามารถในการชำระหนี้คืนได้หรือไม่ ต้องป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายขึ้นได้ในอนาคต

นายวิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้สถานการณ์ในปัจจุบันสหกรณ์มีการดำเนินธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องระหว่างกัน โดยไม่มีการตรวจสอบสถานะทางการเงินและพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้คืน จึงต้องมีการกำกับดูแลอย่างรัดกุม แม้จะถูกมองว่า เป็นการใช้หลักเกณฑ์แบบสถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ แต่หากพิจารณาอย่างมีเหตุผลจะพบว่า ปัจจุบันสหกรณ์ดำเนินธุรกรรมทางการเงินเช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์ คือ การรับฝากเงินและการปล่อยเงินกู้ จึงเป็นเหตุจำเป็นที่ต้องใช้เกณฑ์กำกับดูแลตามหลักมาตรฐานสากล กรมฯจึงได้ออกร่างระเบียบเกี่ยวกับการให้ กู้แก่สหกรณ์อื่นหรือเอาเงินไปฝากสหกรณ์อื่น โดยกำหนดไม่เกินร้อยละ 10 ของทุนเรือนหุ้นรวมกับทุนสำรองของสหกรณ์ผู้ให้กู้หรือผู้ฝากเงิน  หากสหกรณ์นั้นมีปัญหา สหกรณ์ที่เอาเงินไปฝากก็จะได้รับผลกระทบและเสียหายตามมา. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews